ขุด สุสานเมืองชล 4ศพแดง! ถูกฝัง-ไม่มีญาติ โดนยิงทุกราย! นปช.นับพันพรึ่บ ทำบุญวัดปทุมฯ วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553


วันที่ 06 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7129 ข่าวสดรายวัน

ขุด สุสานเมืองชล 4ศพแดง! ถูกฝัง-ไม่มีญาติ
โดนยิงทุกราย! นปช.นับพันพรึ่บ ทำบุญวัดปทุมฯ


ม็อบไร้ญาติ – สุสานสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดให้ญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายม็อบราชประสงค์ดูศพไร้ญาติ หนึ่งในนั้นมีศพด.ช.อายุ 15 ถูกยิงหน้าอก ร.พ.รามาฯส่งมาเก็บไว้ ตามข่าว

คนเสื้อแดงนับพันคน ร่วมทำบุญที่วัดปทุมฯ พร้อมรำลึกตรงจุดที่มีการสูญเสีย 6 ศพ บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา “วรวุฒิ วิชัยดิษฐ” หนึ่งในแกนนำรุดร่วมงานด้วย ชี้นายกฯชวนปรองดองอาบยาพิษ คนเสื้อแดงยังรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนที่”อนุพงษ์”ระบุว่าสั่งทหารไม่ให้ยิงประชาชน ก็สงสัยว่าระดับปฏิบัติอาจละเมิดนโยบายเอง การ์ดนปช. ระบุ”กี้ร์-แรมโบ้อีสาน” หนีรอดไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังไม่คิดจะมอบตัว โผล่อีก 4 ศพเสื้อแดง ยังเป็นศพไม่มีญาติฝังในสุสานที่เมืองชล ล้วนแต่ถูกยิงตายทุกราย ทางมูลนิธิแจ้งให้ญาติมาดูเพื่อขอรับศพไปได้ ทางด้านผบ.ทบ.เรียกประชุมระดับผบ.หน่วยทั่วประเทศ จี้ให้ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ทหารไม่ได้ฆ่า ส่วนตร.ได้พยานตร.ที่เข้าบุกจับคนชุดดำตอนคืน 10 เม.ย. แย่งมาได้แต่ปืนเอ็ม 79 ส่วนคนร้ายร่างใหญ่สลัดหนีได้

เสื้อแดงนับพันทำบุญวัดปทุมฯ

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดปทุมวนาราม กลุ่มคนเสื้อแดงนำโดยเจ๊อู๋ แกนนำคนเสื้อแดงย่านบางเขน ได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ 11 รูป เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ศพในวัดปทุมวนาราม ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักไปด้วยคนเสื้อแดงจำนวนนับพันคน มีทั้งที่สวมเสื้อแดงและสวมเสื้อหลากสี ตลอดจนแกนนำนปช.อย่างนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ บรรดาการ์ดนปช. รวมถึงประชาชนที่เคยติดค้างในวัดปทุมฯ เมื่อคืนวันที่ 19 พ.ค. เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมใจเดินทางมาร่วมคับคั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการรวมตัวครั้งแรกของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังประกาศยุติการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค. และอยู่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งหลังเสร็จพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันถวายผ้าบังสุกุลให้ผู้เสียชีวิต ถวายเงินผ้าป่ากว่า 3 หมื่นบาท สมทบทุนบูรณะห้องน้ำในวัดปทุมฯ ที่เสียหายขณะที่มีผู้ชุมนุมเข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้คนเสื้อแดงได้ร่วมกันรับประทานอาหาร จับกลุ่มพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ และสนทนาถึงเหตุการณ์ในช่วงชุมนุมด้วย

รำลึก-น้ำตาซึมให้กับ 6 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังการจัดงานมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากไปรำลึกเหตุการณ์ที่เกิดในวัด โดยเฉพาะที่หน้าศาลาพระราชศรัทธา ซึ่งเป็นจุดที่เคยมีการนำศพคนเสื้อแดงไปวางเรียงไว้ และที่หน้าวัดที่เคยเป็นเต็นท์พยาบาล ซึ่งมีการเสียชีวิต หลายศพนั้น ได้มีคนเสื้อแดงไปจับกลุ่มมุงดู พร้อมบอกเล่าถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตหมู่เมื่อคืนวันที่ 19 พ.ค. ให้เพื่อนๆ ฟังด้วยความเศร้าสลดใจ บางคนถึงกับน้ำตาซึม นอกจากนี้ นางนริศ จอมทอง คนเสื้อแดงที่เคยติดค้างอยู่ในวัดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ได้เดินทางกลับมาเพื่อขุดบัตรประจำตัวนปช. ซึ่งฝังดินไว้ใต้ต้นไม้ในสวนหย่อมของวัด ทั้งนี้ในระหว่างการทำบุญของกลุ่มคนเสื้อแดง ผู้สื่อข่าวสังเกตว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ สันติบาลหน่วยข่าวกรองความมั่นคงจำนวนมาก มาปะปนเพื่อสังเกตการณ์และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน

ด้านนายวรวุฒิ กล่าวว่า ทราบข่าวว่าจะมีคนเสื้อแดงจัดงานทำบุญให้ผู้เสียชีวิตในวัด จึงเดินทางมาร่วมในฐานะผู้อยู่ร่วมเหตุการณ์ ได้กลับมาในสถานที่นี้อีกครั้ง แต่ก็รู้สึกเศร้าใจไม่หาย ที่เห็นคนเสื้อแดงต้องมาล้มตาย สำหรับเหตุที่เกิด แม้รัฐบาลจะปฏิเสธว่าทหารไม่ได้เป็นคนยิง แต่ตนและคนในวัดต่างก็เห็นภาพว่าทหารเดินอยู่บนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดมาตั้งแต่ ช่วงเย็น จนกระทั่งมีกระสุนยิงเข้ามาในวัด ถ้าจะบอกคนยิงเป็นผู้ก่อการร้ายอยู่บนนั้นตามที่รัฐบาลว่า ก็สงสัยว่าแล้วผู้ก่อการร้ายเหล่านี้จะหนีไปได้อย่างไร ในเมื่อทหารปิดล้อมอยู่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าทหารไม่ได้ฆ่าประชาชนนั้น แม้นโยบายของผบ.ทบ.จะเป็นแบบนั้นจริง แต่ทหารที่มาร่วมในการปราบปรามคนเสื้อแดงมีหลายหมื่นนาย ผบ.ทบ.รู้หรือว่าทุกหน่วยมีความรู้สึกกับคนเสื้อแดงอย่างไร ตนเชื่อว่าต้องมีแน่ที่ทหารบางหน่วยอาจกระทำโดยนอกเหนือคำสั่ง แม้แต่ตอนเช้าก็ยังเห็นทหารยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้า และมีการยิงเข้ามาในวัด จนชาวบ้านกลัวไม่กล้าออกจากวัด

วรวุฒิโวยปรองดองอาบยาพิษ

“เคย ไปเยี่ยมแกนนำคนอื่นๆ แล้วเห็นว่าทุกคนมีความเป็นอยู่ตามอัตภาพในที่ควบคุม การที่นายกฯอภิสิทธิ์บอกว่าอยากจะให้มีการปรองดองนั้น คนเสื้อแดงก็อยากปรองดอง แต่นายอภิสิทธิ์ควรแสดงความรับผิดชอบกับการตายของคนเสื้อแดง ด้วยการเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกับแกนนำนปช.ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ มิฉะนั้นจะเหมือนเป็นการปรองดองที่อาบยาพิษ ใครกินเข้าไปไม่รู้ก็ต้องตาย นอกจากนี้ในฐานะแกนนำ ยังการันตีด้วยว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีการเคลื่อนไหวใต้ดิน เพราะเราไม่รู้จะเอาอาวุธมาจากไหนมาสู้ ถึงมี จะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้กับทหารที่ผ่านการฝึกฝนโดยเฉพาะ” นายวรวุฒิกล่าว

นาย วรวุฒิกล่าวต่อว่า เรื่องอาวุธที่ศอฉ. มาแถลงนั้น รู้สึกงงมากกว่า ศอฉ.เอามาจากไหนเยอะขนาดนั้น ไม่รู้ไปจับทั่วประเทศ แล้วมารวมว่าเป็นของนปช.หรือเปล่า แม้แต่แกนนำย่อยจังหวัดต่างๆ หลังจบการชุมนุมแล้วกลับไป ก็ถูกเจ้าหน้าที่มาคุกคามให้เลิกเคลื่อนไหว นปช.ทุกวันนี้ไม่ล้ม แต่เหมือนคนเดินมาไกล เมื่อเหนื่อยก็ต้องพักบ้าง แต่เป้าหมายเรียกร้องประชาธิปไตยยังเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกคือ พวกเราไม่ได้รับความเป็นธรรม ตายอย่างไม่มีใครใส่ใจ เหมือนคนเสื้อแดงมีชีวิตที่ไร้ค่า ทั้งที่เราเป็นคนไทยเหมือนกัน

เผย”กี้ร์”ซุกประเทศเพื่อนบ้าน

นายวสันต์ สายรัศมี อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในวัดปทุมฯ และอยู่ในเหตุการณ์คืนวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งสูญเสียเพื่อน 3 คน กล่าวว่า ได้กลับมาย้อนเหตุการณ์วันนี้แล้วรู้สึกเศร้าใจ เหมือนคนเสื้อแดงที่เดินทางมาร่วมในอารมณ์ที่เศร้าโศก อย่างไรก็ตาม ส่วนตัว ยังคิดเสมอว่าเพื่อนที่ตายนั้น ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะฝ่ายที่กระทำยังไม่แสดงความรับผิดชอบ ทั้งส่วนตัวหลังออกมาเปิดเผยความจริงก็ถูกติดตามตัวโดยบุคคลลึกลับกลุ่ม หนึ่ง แต่ยังคงมีความตั้งใจที่จะทวงถามความยุติธรรมให้กับหน่วยแพทย์ และหน่วยพยาบาลอาสาที่เสียชีวิต เพื่อให้ทุกคนทราบว่าคนที่ตายส่วนหนึ่ง มาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคน แต่สุดท้ายกลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถ ทั้งที่ไม่ควรจะเกิด


1.ใคร?– พรรคเพื่อไทยโชว์ภาพชายลึกลับพร้อมอาวุธสงคราม ปรากฏตัวอยู่กับกลุ่มทหารที่ปฏิบัติการกระชับวง ล้อมบริเวณซอยงาม ดูพลี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

2.ไอ้โม่ง – ตำรวจนครบาลเผยแพร่ภาพชายชุดดำ 2 คน ซึ่งเปิดไอ้โม่งเห็นหน้าตาชัดเจน โดยระบุว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายใช้เอ็ม 79 และอาก้า ยิงใส่ทหารในวันขอพื้นที่คืน 10 เม.ย. บริเวณแยกคอกวัว

3.ใน หน้าที่ – พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร. มอบศพด.ต.จีระศักดิ์ ธนะสัมบัญ ตำรวจเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปากซอยงามดูพลี พระราม 4 ช่วงประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ครอบครัวนำไปบำเพ็ญกุศล เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.

4.ศพ ที่ 6– นางสมพิศ สุขสถิตย์ แม่ค้าย่านประชาชื่น เมียนายรพ สุขสถิตย์ ผู้เสียชีวิตศพที่ 6 ในวัดปทุมวนารามฯ เปิดเผยถึงช่วงเวลานำลูกๆ ตามหาสามี ก่อนไปพบที่นิติเวช ร.พ.ตำรวจ ในชื่อบุคคลอื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การ์ดนปช.ระดับวีไอพีรายหนึ่ง ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เป็นผู้พานายจรัล ดิษฐาอภิชัย และพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เข้ามาหลบอยู่ในวัด โดยนายจรัลหนีออกไปทางหลังวัดตั้งแต่ช่วงเย็น ขณะที่พ.ต.ท.ไวพจน์หลบออกจากวัดในวันที่ 21 พ.ค. สำหรับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หนีออกไปจากที่ชุมนุมช่วงบ่าย ก่อนประกาศยุติชุมนุม โดยออกทางเส้นเพลินจิต ใช้รถเก๋งโตโยต้ายาริส แล้วเปลี่ยนไปเป็นรถอีกคันหนึ่ง จึงรอดไปได้ ส่วนนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ออกไปจากที่ชุมนุมตั้งแต่ก่อนวันที่ 17 พ.ค. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แกนนำทั้งหมดที่กล่าวถึงได้พำนักอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านแห่งหนึ่ง ล่าสุดทุกคนสามารถติดต่อกันได้และปลอดภัยดี แต่ยังไม่มีแนวคิดที่จะเข้ามอบตัวกับศอฉ.

แฉยังมี 4 ศพเสื้อแดงไร้ญาติ

วันเดียวกัน ที่สุสานสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบศพไร้ญาติ ภายหลังทราบว่ามีการนำศพของกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.นำมาฝังไว้ที่สุสานดังกล่าว พบว่าสุสานดังกล่าวมีเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เป็นสถานที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตชาวจีน รวมทั้งศพไร้ญาติ โดยพบว่าศพไร้ญาติมีมากกว่า 100 ศพ แต่ละรายถูกบรรจุในโลง และเก็บไว้ในช่องบรรจุศพที่ทำด้วยปูนเป็นช่องเรียงราย

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า จากการตรวจสอบบริเวณจุดที่มีการฝังศพไร้ญาติ จาก 100 ศพ พบว่ามี 4 ศพ ที่ทางร.พ.รามาธิบดี ส่งมายังสุสานดังกล่าว ศพแรกเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ผิวดำแดง ฝังอยู่ในหลุมที่ 53 สภาพศพถูกยิงบริเวณคิ้วขวา 1 แห่ง ส่วนศพที่สอง เป็นชายไม่ทราบชื่อผิวดำแดง อายุประมาณ 40 ปี ฝังอยู่ในหลุมที่ 54 บริเวณหน้าอกฝั่งขวามีรอยสักยันต์รูปปลา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรูปราหูอมจันทร์ บริเวณใต้ราวนมขวาสักเป็นรูปมังกร สภาพศพถูกยิงบริเวณด้านหลัง รายที่ 3 หลุมที่ 55 เป็นศพด.ช.ไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 15-16 ปี สูงประมาณ 140 ซ.ม. ลักษณะผมสั้น ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้ายและใต้ราวนมซ้ายรวม 2 นัด โดยศพเด็กคนดังกล่าวถูกยิงที่ซอยรางน้ำ รายที่ 4 หลุมที่ 56 เป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ถูกยิงที่ราวนมขวา สภาพศพเป็นชายผมสั้น มีหนวด

ให้ญาติมาติดต่อรับศพ

ทั้งนี้ยังมีศพนายวุฒิชัย วราคำ อายุ 21 ปี ชาว ต.นาหว้า จ.อำนาจเจริญ เป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดง ถูกปืนยิงทะลุหลัง ญาติเดินทางมารับไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.

นายศักดิ์เจริญ แดงประเสริญสุข ประธานหน่วยกู้ภัยศรีราชา และเป็นผู้ดูแลสุสานดังกล่าว เปิดเผยว่า ศพของกลุ่มคนเสื้อแดงทางร.พ.รามาฯ นำมาส่งให้ตั้งแต่วันที่ 17 และวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากศพดังกล่าวไม่มีญาติมารับไปบำเพ็ญกุศล ตนจึงรับไว้เพื่อนำไปเก็บไว้ในสุสาน เพื่อรอญาติมารับศพกลับไป ซึ่งศพไร้ญาติปัจจุบันมีมากว่า 100 ศพ และสุสานแห่งนี้สามารถรับศพทุกประเภทได้ไม่เกิน 1,500 ศพ หากว่าญาติคนใดที่คิดว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายเป็นญาติ ให้ติดต่อมาได้ที่สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน เลขที่ 76/1 ถ.สุรศักดิ์สงวน ซ.โรงเจ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โทร. 038-311-692 โดยให้นำหลักฐานของผู้เสียชีวิตมายืนยัน ก็จะมอบศพคืนให้

บิ๊ก ป๊อกเรียกประชุมผบ.หน่วย

รายงานข่าวจากกองทัพบกเปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย.นี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. จะเรียกประชุมนายทหารระดับนายพลผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ ที่บก.ทบ. โดยหลังจากที่ประชุมระดับนายพลแล้ว ผบ.ทบ.จะมอบนโยบายแก่นายทหารระดับผู้บังคับหน่วย ตั้งแต่ผบ.พัน ผบ.กรม ผบ.กองพล ผบ.มทบ. หลังจากบ้านเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังต้องคงพ.ร.ก. ฉุกเฉินไว้ เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่ง หากยกเลิกพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน อาจมีกลุ่มไม่หวังดีกลับมาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ รวมทั้งทำความเข้าใจกับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ศอฉ.มอบหมาย ในวันเข้าขอคืนพื้นที่ย่านราชประสงค์ รวมทั้งการเสียชีวิต 6 ศพบริเวณวัดปทุมวนาราม ซึ่งผบ.ทบ.ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีทหารคนใดสังหารประชาชน

รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า การประชุมและมอบนโยบายครั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์เชิญนายทหารระดับ 5 เสือทบ. ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผบ.นปอ. พล.ท.โปฎก บุนนาค ผบ.นสศ. แม่ทัพน้อยที่ 1 แม่ทัพน้อยที่ 2 แม่ทัพน้อยที่ 3 ผบ.รักษาดินแดน เจ้ากรมการทหารช่าง เจ้ากรมการสื่อสารทหารบก เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เจ้ากรมพลาธิการทหารบก รวมถึงผบ.กองพล ผบ.มทบ. ผบ.จังหวัดทหารบก เจ้ากรมฝ่ายเสนาธิการทั้งหมด เข้าร่วมรับฟัง


1.วัดปทุมฯ– ประชาชนจำนวนมากร่วมทำบุญที่วัดปทุมวนารามฯ ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดงได้กลับมาพบหน้าพูดคุยกัน หลังถูกสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

2.ชี้จุด– ผู้เคยร่วมหลบภัยในวัดปทุมวนารามฯ ชี้จุดที่ประชาชนถูกซุ่มยิงจากรางรถไฟฟ้า จนมีคนตายไป 6 ศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ในโอกาสที่ผู้เคยหลบภัยในวัดนับพันคนมาร่วมทำบุญระลึกถึงผู้จากไป เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.

ตร.แฉเห็นหน้าชัด 2 คนชุดดำ

ข่าว แจ้งว่า พล.อ.อนุพงษ์ต้องการอธิบายเพื่อให้กำลังพลนำไปถ่ายทอดครอบครัว คนรู้จัก และสังคมได้รับทราบว่า การปฏิบัติหน้าที่ในการกระชับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อขอคืนพื้นที่ เป็นการแก้ปัญหาตามนโยบายศอฉ.และกองทัพ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน ทหารไม่ทำร้ายประชาชน เพราะกำลังพลทั้งหมดมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นคนภาคอีสาน ซึ่งในการปฏิบัติงานครั้งนี้ กำลังพลต่างๆ ก็มาจากภาคอีสานเช่นกัน ยืนยันได้ว่าทุกพื้นที่ได้ปฏิบัติการตามคำสั่ง และไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชนอย่างแน่นอน

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่บช.น. พล.ต.ต. สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัมรงศ์ วงศ์แป้น รองผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้อง ประชุมเร่งรัดคดีเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมของกลุ่มนปช.

พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวภายหลังประชุมว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าหลายคดี โดยเฉพาะคดีเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ของทหารบริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ตำรวจได้แผ่นซีดีจากการสืบสวน ซึ่งเมื่อเปิดดูแล้วปรากฏว่าเป็นภาพชายชุดดำที่เปิดหน้า พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนอาก้า อยู่ในอิริยาบถต่างๆ แล้วถูกกลุ่มผู้ชุมนุมรุมล้อมจับได้ทั้งหมด 3 คน เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงจับตัวกลุ่มชายดังกล่าวไป อีกทั้งตำรวจฝ่ายสืบสวนนายหนึ่งซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ โดยแฝงตัวเข้าไปสืบสวนหาข่าวท่ามกลางเสียงกระสุนปืนและระเบิด พบประชาชนไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้เปิดหมวกไหมพรมหรือโม่งที่ปิดบังใบหน้าออก จึงเห็นภาพหน้าตาของคนร้ายได้อย่างชัดเจน 2 คน

ชิงเอ็ม 79 ได้-แต่คนร้ายดิ้นหลุด

“สำหรับชายชุดดำอีกคนนั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่เห็นภาพ ส่วนกลุ่มไอ้โม่งที่ถูกเปิดหน้าได้กล่าวขึ้นว่า มาชุมนุมจะไปต่อสู้กับทหาร หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปล่อยตัวไป ซึ่งชายชุดดำที่ถูกปล่อยตัวไป ได้วิ่งไปตามเสียงปืนที่ดังขึ้นตลอดเวลา หลังจากนั้นมีชายชุดดำพร้อมปืนเอ็ม 79 วิ่งตามหลังชายที่ถูกปล่อยไป และอยู่ท้ายแถวผู้ชุมนุม ตำรวจที่ทำหน้าที่หาข่าวได้จับกุมและแย่งปืนเอ็ม 79 ไว้ได้ แต่ชายคนดังกล่าวรูปร่างสูงใหญ่จึงดิ้นหลุดไปได้ เจ้าหน้าที่ยึดได้แต่เพียงปืนเอ็ม 79 ภายในบรรจุกระสุน 1 นัด พร้อมยิง เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจึงรายงานตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทันที” รองผบช.น.กล่าว

พล.ต.ต. สุเมธกล่าวต่อว่า จากนั้น ตำรวจคนที่ยึดอาวุธปืนเอ็ม 79 ได้ ได้นำมามอบให้พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. แต่เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยว่าจับตัวได้อย่างไร ตำรวจคนดังกล่าวได้ปรากฏในซีดี ตนได้มาอธิบายและเก็บข้อมูลตรงกับเหตุการณ์ในแผ่นซีดีทั้งหมด ยืนยันว่าจับชายชุดดำอยู่ด้วย สำหรับไอ้โม่งคนดังกล่าว ตำรวจกำลังเร่งติดตามว่าเป็นใคร โดยให้ตำรวจเร่งหาข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอเป็นผู้รับผิดชอบคดีดังกล่าวอยู่

พท.ซัด ชุดดำเป็นพวกทหาร

รองผบช.น.กล่าวด้วยว่า จากนั้นบช.น. ให้ตำรวจที่จับตัวชายชุดดำ ซึ่งดิ้นหลุดไปได้ ไปให้ปากคำที่สน.ชนะสงคราม ทั้งนี้ ในจันทร์ที่ 7 มิ.ย.กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ และรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะสามารถออกหมายจับได้หรือไม่ และบช.น.กับดีเอสไอได้ประสานการทำงานกันตลอดเวลา ขอให้ประชาชนที่มีเบาะแสช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ยังได้มอบหมายงานสืบสวนทั้งหมดให้กับกองสืบทุกส่วนเพื่อติดตามหาข้อมูลต่อไป

ที่ พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าจากกรณีสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลระบุว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย นักรบชุดดำหรือไอ้โม่ง เข้ามาร่วมในเหตุการณ์ แต่จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่สามารถดำเนินการหรือแสดงความชัดเจนใดๆ ทั้งที่มีพยานหลักฐานและพยานบุคคลปรากฏให้เห็นจากสื่อต่างๆ ว่าไอ้โม่งที่ยิงประชาชน คือกลุ่มคนนอกเครื่องแบบที่อาจเป็นทหาร เพราะอยู่กับฝ่ายของทหาร ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ แต่งกายนอกเครื่องแบบ สะพายปืนเดินสวนไปมาในระหว่างที่ปฏิบัติการกระชับพื้นที่ แต่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ออกมาย้ำว่าทหารไม่ได้ยิงประชา ชนอย่างที่เป็นข่าว แต่จากภาพและคลิปที่ทางพรรคมีเก็บไว้นั้น เช่น การสลายการชุมนุมบริเวณซอยงามดูพลี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เห็นชัดว่ามีบุคคลแต่งกายนอกเครื่องแบบสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ถือปืนเอ็ม 16 ปะปนอยู่ในกลุ่มทหาร โดยที่ทหารไม่ได้สนใจหรือห้ามปรามใดๆ ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ให้เร็วที่สุด

ช่วยด.ต.ตายที่งามดูพลี

วันเดียวกัน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะโฆษกตร. เดินทางมาที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อส่งมอบศพ ด.ต.จีระศักดิ์ ธนะสัมบัญ ผบ.หมู่(ป) สภ.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิง เทรา ซึ่งเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจบริเวณปากซอยงามดูพลี ถ.พระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. ถูกรถยนต์ชนบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เวลาประมาณ 01.50 น. หลังเกิดเหตุเข้ารักษาตัวที่ร.พ.ตำรวจ และเสียชีวิตในวันเดียวกัน เนื่องจากเลือดคั่งในสมอง

โฆษกตร.กล่าวต่อว่า สำหรับความช่วยเหลือครอบครัวจะได้รับเงินฌาปนกิจ จากสวัสดิการตร. จำนวน 350,000 บาท และเงินช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการ จำนวน 100,000 บาท ทั้งนี้ช่วยเหลือเบื้องต้นไปก่อน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทำศพ และได้สั่งการฝ่ายกำลังพลเสนอพิจารณาปูนบำเหน็จความชอบเลื่อนขั้นเงินเดือน 3 ขั้น และเสนอขอพระราชทานเพิ่มยศ 3 ชั้นยศ เป็นร.ต.อ.

โฆษกตร.กล่าว ด้วยว่า สำหรับบุตรของผู้เสียชีวิตจะได้รับการดูแลให้ทุนการศึกษาจนจบปริญญาตรี และได้สิทธิเข้ารับราชการตำรวจสืบต่อบิดา ซึ่งกรณีนี้นางนิศารัตน์ ธนะสัมบัญ ภรรยาผู้เสียชีวิต จะขอใช้สิทธิเข้ารับราชการเป็นตำรวจสืบต่อจากสามี เพื่อดูแลครอบครัวต่อไป ในส่วนพิธีศพของ ด.ต.จีระศักดิ์จะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดกระบกหวาน ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิง เทรา ตั้งแต่วันที่ 5-11 มิ.ย.นี้ และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพวันเสาร์ที่ 12 มิ.ย.

อุบลฯจี้มือเผา ทั้งหลายมอบตัว

พล.ต.ต.เสริมสุข วีรวงศ์ รรท.ผบก.ภ. จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนเสื้อแดงที่บุกเผาศาลากลางจังหวัดว่า ปัจจุบันออกหมายจับคนเสื้อแดงที่ร่วมกันก่อเหตุเผาศาลากลาง 84 ราย จับได้แล้ว 12 ราย คดีบุกรุกทำลายทรัพย์สิน เผายางรถยนต์ และฝ่าฝืนคำสั่งพ.ร.ก.ใน สถานการณ์ฉุกเฉิน 328 ราย จับได้แล้ว 36 ราย รวมมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งสิ้น 412 คน และศาลตัดสินผู้ต้องหาที่รับสารภาพฝ่าฝืนพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้ว 1 ราย โดยลงโทษปรับ 4,000 บาท จำคุก 6 เดือน โทษจำให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ส่วนผู้ต้องหาที่ร่วมกันเผาศาลากลาง ทางดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวไว้ในความผิดอื่น พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลในสัปดาห์หน้า จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ญาติพี่น้องผู้ต้องหาที่เหลือให้เข้ามอบตัว เพราะบางเรื่องเป็นคดีไม่ร้ายแรง ส่วนของกลางที่ยึดไว้ขณะนี้ มีเครื่องส่งของสถานีวิทยุ รถยนต์ใช้ขนคน ขนยางรถยนต์ และน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนทั้งสิ้น 9 คัน ซึ่งจะได้ส่งฟ้องพร้อมกันต่อไป

แฉ 1 ใน 6 ศพวัดปทุมฯระบุผิดตัว

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลข ที่ 319/5 หมู่ 2 การเคหะทุ่งสองห้อง แขวงทุ่งสอง ห้อง เขตหลักสี่ กทม. ของนายรพ สุขสถิตย์ อายุ 66 ปี 1 ใน 6 เหยื่อกระสุนปืนที่เสียชีวิตภายในวัดปทุมวนารามราช วรวิหาร เขตอภัยทาน โดยนายรพเป็นศพสุดท้ายที่ตกค้างอยู่ภายในสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. ญาติเพิ่งขอรับกลับไปทำพิธีทางศาสนาเมื่อวันที่ 30 พ.ค. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระบุชื่อผิดเป็นนายวิชัย มั่นแพ อายุ 30 ปี จนเกิดความสับสน

นางสมพิศ สุขสถิตย์ อายุ 59 ปี ภรรยานายรพ เผยว่า สามีเป็นคนขับรถลีมูซีนส่งผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปกติเป็นคนสนุกสนานร่าเริงคุยสนุก และขยันขันแข็ง เป็นเรี่ยวแรงสำคัญของบ้าน การทำงานของสามีจะเป็นกะ ไปกินนอนที่สนามบิน สุวรรณภูมิครั้งละ 5-6 วัน จากนั้นกลับมาพักที่บ้านประมาณ 5 วัน ทุกครั้งที่หยุดงานจะมีเพื่อนชวนไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงเป็นประจำ แต่ไม่ค่อยนำมาเล่าให้ที่บ้านฟัง เนื่องจากคนในบ้านไม่ใช่คนเสื้อแดง และไม่ค่อยสนใจอะไรนอกจากทำมาหากิน ครั้งสุดท้ายที่เห็นสามีประมาณวันที่ 17-18 พ.ค. โดยนายรพเพิ่งกลับจากที่ชุมนุมมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ยังเข้าใจว่าจะไปทำงาน ไม่คิดว่ากลับไปร่วมชุมนุมจนต้องมาจบชีวิตลง

เป็น ศพไม่มีญาติอยู่นิติเวช

นางสมพิศกล่าวว่า คิดแต่เพียงว่าสามีไปทำงาน เมื่อมีเหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและทหาร จึงไม่ได้สนใจอะไร จนผ่านไป 2-3 วัน มีเพื่อนมาถามหาว่าปลอดภัยหรือไม่ จึงเริ่มสะกิดใจให้ลูกชายไปสอบถามบริษัมรถลีมูซีนที่สามีทำงานอยู่ เลยรู้ว่าหายตัวไป จึงรีบไปแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พอตรวจชื่อคนตายไม่พบชื่อสามี จึงคิดว่าคงเพียงแค่รับบาดเจ็บหรือถูกจับเท่านั้น จึงแยกกับลูกชาย 2 คน คือ นายชยรพ สุขสถิตย์ และนายสุรศักดิ์ สุขสถิตย์ ออกตามหาที่ร.พ.ต่างๆ รวมถึงที่ศอฉ. ทั้งที่กองทัพภาคที่ 1 และ ร.11 รอ. รวมถึงเรือนจำทุกแห่งที่มีข่าวว่าควบคุมตัวกลุ่มคนเสื้อแดงไว้ แต่ไม่พบสักแห่ง

“วันหนึ่งสุรศักดิ์ลูกชายป้า โทรศัพท์มาบอกว่าเจอพ่อแล้ว แต่ไม่เจอตัว เห็นในหนังสือพิมพ์ว่าพ่อนอนตายอยู่ แล้วสุรศักดิ์ก็ไปโรงพยาบาลตำรวจเพื่อขอดูศพ แต่เดินวนเวียนอยู่หน้าโรงพยาบาลไม่กล้าเข้าไป เพราะคนที่ตายไม่ใช่ชื่อพ่อ แต่เห็นว่าเหลือเพียงศพเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มีญาติมารับจึงตัดสินใจเข้าไป ขอดูศพ และพบว่าเป็นพ่อจริงๆ จึงขอรับศพกลับมาทำพิธีและเพิ่งเผาไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. และไม่ได้มีทรัพย์สินอะไรกลับมาเลย ทั้งกระเป๋าสตางค์ที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลาหรือทรัพย์สินอื่น” ภรรยาเหยื่อกล่าว

ครวญราชการยังไม่ช่วยเลย

นางสมพิศ กล่าวอีกว่า ช่วงงานศพมีเพื่อนบ้านและคนเสื้อแดงมาช่วยงานตลอด และร่วมเป็นเจ้าภาพด้วย ส่วนการช่วยเหลือจากทางราชการ ยังไม่มีอะไรให้ ทั้งที่ไปลงทะเบียนขอความช่วยเหลือทุกแห่งตามที่แจ้งไว้ มีแต่บอกว่าจะติดต่อกลับมาภายใน 1 เดือน หากไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมา ให้ไปตามเรื่องเองอีกครั้งเท่านั้น

ด้านนายชยรพ สุขสถิตย์ บุตรชาย กล่าวว่า เมื่อทราบว่าพ่อหายไปได้ออกตามหาพ่อ ร่วมกับน้องชายคือนายสุรศักดิ์ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาพ่อที่ไหน เลยคิดว่าน่าจะไปตามที่ที่คิดว่าพ่อน่าจะไป โดยแบ่งสถานที่กันไปตามหา ตนออกตามหาที่บ้านของญาติทุกคน ทั้งบ้านอา บ้านย่า ส่วนน้องชายจะไปตามหาที่ทำงานพ่อคือสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาตามหาประมาณ 1 สัปดาห์ ต่อมาน้องชายไปเจอรูปของพ่อในหนังสือพิมพ์ เลยมั่นใจว่าพ่อเป็นคนในภาพนั้น จึงไปตามที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อไปขอดูศพที่ไม่มีญาติ ซึ่งขณะนั้นเหลืออยู่ศพเดียวที่ไม่มีญาติมาติดต่อรับดูแล ตนก็มั่นใจว่าต้องเป็นพ่อแน่นอน แต่ทางนิติเวชกลับระบุชื่อผิดเป็นนายวิชัย มั่นแพ อายุ 30 ปี แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เมื่อแสดงหลักฐานแล้วก็ขอรับศพพ่อมาทำพิธีทางศาสนา

Advertisements